ธุรกิจโชห่วย

วิกฤต ธุรกิจโชห่วย … ธุรกิจกลุ่มเสี่ยงไม่ใช่แค่เกิดในช่วง COVID_19

                หากจะพูดถึงวิกฤตธุรกิจที่เสี่ยงต่อการล้มเหลวล่มลงถึงขั้นปิดกิจการง่ายที่สุดนั่นก็คือ  ธุรกิจโชห่วย  หรือที่เรียกกันว่าขายของชำ จึงเป็นธุรกิจเสี่ยงมากไม่ว่าจะอยู่ในช่วงไหนก็ตามรวมทั้งช่วงวิกฤต  COVID-19  ที่ใครๆ  หลายคนมีความกังวลว่าจะขายได้หรือไม่  จะอยู่รอดหรือจะไปเพราะความเสี่ยงที่ต้องแบกรับ  จึงเป็นธุรกิจที่ควรให้บทบาทความสำคัญอย่างมากเช่นกัน  ณ  ตอนนี้กำลังเสี่ยงต่อการควบคุมของนายทุนอย่างมากเลยล่ะ  จึงควรหันมาให้ความสำคัญอย่างมาก  เพราะธุรกิจนี้ก็ทำให้เกิดการหมุนเวียนของสินค้าเช่นกัน  ส่วนมากธุรกิจโชห่วยมักจะเป็นกิจการคนเดียว อาจจะมีทั้งสืบทอดกิจการและการทำเองคนเดียว มีขาประจำร้านอยู่บ้าง  ธุรกิจโชห่วย มีลูกค้าลดลงและได้รับผลกระทบความเสี่ยงมากที่สุดในช่วง COVID_19 การทำกิจการผู้ที่ทำธุรกิจโชห่วยที่ได้รับความเสี่ยงมากที่สุดนั่นก็คือ การที่มีร้านสะดวกซื้อมาตั้งอยู่ข้างๆ  เนื่องด้วยร้านสะดวกซื้อมีการวางแผนการตลาดทางธุรกิจที่ดีมากระดับหนึ่ง จึงทำให้ทางเลือกในการเลือกซื้อสินค้ามีมากกว่าเวลาเปิดยังเปิดตลอดเวลา  นอกจากนี้ความหลากหลายในด้านสินค้าก็กินขาดอย่างมาก จึงเป็นการทำลายกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าร้านโชห่วยได้รุนแรงกว่าที่คิดเสียอีก  เอาง่ายๆ  มาปุ๊บพวกเราเจ๊งปั๊บ  แต่ก็มีคำถามว่าพวกเราจะช่วยพวกเขาได้ยังไงบ้าง เพื่อที่จะได้ลืมตาอ้าปากได้เพิ่มขึ้น  ในธุรกิจที่แข่งขันกันดุเดือดแบบไม่ไว้หน้าซึ่งกันและกัน แล้วเราจะช่วยให้ธุรกิจโชห่วย ที่อยู่ในความเสี่ยงได้ยังไง อันดับแรกคือการตั้งรับมืออันดับแรก ว่าธุรกิจของเราอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการแข่งขัน แต่ใช่ว่าจะให้ยอมแพ้  ณ  ตรงนั้น แต่การรับมือทำให้เราบริหารความเสี่ยงได้ดีเราจะงัดกลเม็ดเด็ดๆ  โดยการสร้างรีวิวร้านโชห่วย  การเปิดหน้าเว็บไซต์เพื่อขยายฐานลูกค้าทางช่องทางออนไลน์ให้ธุรกิจโชห่วยเป็นที่รู้จักในโลกเว็บไซต์หรือติด SEO  มากขึ้นหรือมีการเพิ่มการส่งแบบ Delivery  อยากได้อะไรก็สั่งมาเราพร้อมส่งถึงบ้าน แม้ว่าเราอาจจะดูเสียเปรียบบ้าง  แต่ก็ดีกว่าเรารับมือกับมันไม่ได้เลย นอกจากนี้การมีการโปรโมทธุรกิจให้เป็นที่จับตาในคนท้องถิ่นสามารถทำได้ ลองเปิดช่องทางการขายของที่หลากหลาย  เราจะมีโอกาสรอดไปได้ครึ่ง แต่ทั้งนี้การสนับสนุนภาครัฐยังเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำธุรกิจ  เนื่องจากไม่ได้มีแค่โชห่วยที่เสี่ยง แต่ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เสี่ยงต่อการปิดกิจการอย่างมาก  ถ้ามีการสนับสนุนให้ลืมตาอ้าปากได้บ้างอย่างน้อยก็ยังพอต่อลมหายใจให้เขาได้ลืมตาอ้าปากต่อไป  ไม่ต้องมากังวลว่าจะรอดหรือไม่รอดในครั้งต่อมา อย่าลืมกดติดตาม เว็บไซต์รวบรวมเทคนิค  และข่าวสารดี ๆ ที่น่าสนใจ ช่วง Quarantine Mode กับ ธุรกิจการขายเสื้อผ้ามือสอง ในปัจจุบันกำลังได้รับความนิยม ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความดี ๆ จาก  สมัคร ufabet ที่แบ่งปันข่าวสารเทคโนโลยีใหม่ […]

เทคโนโลยีการแพทย์

ความสำคัญของการพัฒนา เทคโนโลยีการแพทย์ ดีอย่างไรในยุคปัญจุบัน

         เทคโนโลยีการแพทย์  เชื่อว่าหลายคนคงมีความสงสัยอยู่บ้างเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีทั้งที่เทคโนโลยีเก่า ๆ บางอย่างก็ยังคงใช้งานง่าย หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างมาว่าเทคโนโลยี คือ ดาบสองคม หากใช้ให้เกิดประโยชน์ก็จะดีต่อผู้ใช้งาน หากนำไปใช้ใรทางผิดกฎหมายก็จะนำโทษมาสู่คนนั้น ส่งผลหให้หลายคนรู้สึกว่าการพัฒนาเทคโนโลยีทันสมัยอย่างรวดเร็วนั้นไม่เกิดประโยชน์ ซึ่งอันที่จริงการพัฒนาเทคโนโลยีมาประโยชน์​หลายด้าน เพราะการพัฒนา คือ การแก้ไขปัญหาหรือส่งเสริมสิ่งที่ดีให้ดีขึ้นไป  ถ้าจะอธิบายประโยชน์ของการพัฒนาเทคโนโลยีชัดเจนเลย คือ เทคโนโลยีการแพทย์การพัฒนาเครื่องมือต่าง ๆ ให้ทันสมัยมีประโยชน์ต่อไปนี้ 3 เทคโนโลยีการแพทย์ ที่จะมาช่วยในการทำงานของแพทย์ได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้องอธิบายก่อนว่าในอดีตที่ยังไม่มีการพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์นั้น บางโรคแพทย์ไม่อาจจะวินิจฉัยได้ เนื่องจากเครื่องมือไม่อำนวยหรือบางครั้งในการรักษาโรคบางอย่างแพทย์ก็ไม่สามารถรักษาได้ตรงจุดมากนักส่งผลให้ผู้ป่วยต้องรักษานานกว่าปกติ เช่น การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ ก่อนหน้าที่จะมีวัคซีนในการป้องกัน แพทย์ก็จะมีการจัดยาให้ตามอาการ ปัจจุบันเทคโนโลยีการแพทย์พัฒนาดีขึ้น ส่งผลให้มนุษย์มีวัคซีนป้องกันโรคเฉพาะเลย เป็นต้น ประหยัดบุคลากร หลายคนอาจจะสงสัยทำไมต้องประหยัดบุคลากร​ ความจริงแล้วในปัจจุบันบุคลากร​ทางการแพทย์ขาดแคลน เนื่องด้วยผู้ศึกษาสายดังกล่าวต้องมีความรู้สูง เช่น แพทย์​เรียนอย่างน้อย 6 ปีไม่รวมฝึกประสบการณ์​การทำงาน พยาบาลเรียน 4 ปี หรือหน้าที่ต่าง ๆ การศึกษาขั้นต่ำจะอยู่ที่ปริญญาตรี​เป็นส่วนใหญ่ การพัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์เข้ามาจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและบุคลากร​ เช่น การวัดไข้ อดีตต้องใช้เวลาในการวัดนาน ผู้ป่วยหลายคนก็ต้องใช้พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาลหลายคนในการวัดไข้ ปัจจุบันเครื่องมือทันสมัยมากขึ้น สามารถวัดแล้วได้ค่าทันที […]

Google

Google กำลังจะถอนตัวออกจากประเทศออสเตรเลีย เรื่องการสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ

ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีนั้นเข้ามามีบทบาทในชีวิต โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลและเรื่องราวต่าง ๆ ที่ในอดีตเราสามารถค้นคว้าหาความรู้จากหนังสือในห้องสมุดแต่ในปัจจุบันนี้เพียงแค่ปลายนิ้วมือของเราก็สามารถรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่อยู่ทั่วโลกได้ และหนึ่งในตัวช่วยที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลที่เรากันรู้จักกันในนามของ Google ที่เป็น Search Engine อันดับ 1 ของโลกและเปรียบเสมือนห้องสมุดออนไลน์ที่สามารถค้นหาข้อมูลต่าง ๆ และเป็นเว็บไซต์ที่ทุกคนรู้จักกันตั้งแต่สมัยที่กำลังเรียนหนังสือกันเลยทีเดียว Googleเป็นSearch Engineที่ใช้ในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ และได้รับความนิยมมากกว่าSearch Engine อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นYahoo Bing และอีกมากมายทุกครั้งที่เราเข้าเว็บไซต์เพื่อที่จะค้นหาเรื่องราวต่าง ๆ ตั้งแต่สมัยเด็กจนถึงปัจจุบันเราก็ใช้เว็บไซต์Googleเป็นเว็บไซต์พื้นฐาน และด้วยความนิยมนี้ทำให้บริษัทGoogle เติบโตอย่างมากและเป็นบริษัทที่คนอยากเข้าไปทำงานมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นSearch Engine ที่ได้รับความนิยมของโลกแต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ของประเทศออสเตรเลียในอนาคตอันใกล้นี้ แม้ว่า Google จะถอนตัวจากประเทศออสเตรเลียในอนาคตแต่ก็ยังมี Search Engine นั่นก็มีเหตุผลมาจากการที่Google นั้นทำรายได้จากประเทศออสเตรเลียมากและยิ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีนั้นได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันทำให้บริษัทหนังสือพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์อื่น ๆ นั้นจะมีรายได้ที่ลดลงไปและเหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นที่ประเทศออสเตรเลีย ทำให้ออสเตรเลียนั้นมีแผนการที่จะร่างกฎหมายที่จะบังคับใช้กับGoogleโดยมีประเด็นอยู่ว่าทุกครั้งที่Googleจะนำเรื่องราวหรือลิงก์ต่าง ๆ จากประเทศออสเตรเลียลงไปในGoogle นั้นจะต้องมีค่าใช้จ่าย เพื่อที่จะสร้างรายได้ให้กับองค์การสื่อสารมวลชนในประเทศออสเตรเลียไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ นั่นเอง และด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้มีแนวโน้มว่าGoogleจะถอนตัวจากประเทศออสเตรเลียเพราะว่าไม่ยอมที่จะเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นถึงแม้ว่าGoogleจะมีรายได้จำนวนมหาศาลก็ตาม การถอนตัวครั้งนี้ทำให้ประเทศออสเตรเลียนั้นจะเสียSearch Engineที่เป็นSearch Engineอันดับ […]

โจ ไบเดน

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน เดินหน้าแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนในประเทศสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมาเป็นวันที่สหรัฐอเมริกามีการเปลี่ยนแปลงประธานาธิบดีคนใหม่ แล้วเป็นประธานาธิบดีคนที่ 46 ของประเทศสหรัฐอเมริกา นับตั้งแต่ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โจ ไบเดน ก็เริ่มทำงานเลยทันทีโดยเริ่มต้นจากแก้ไขนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อพัฒนาประเทศสหรัฐอเมริกาให้มีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น โจ ไบเดน เข้าร่วมกับสนธิสัญญาปารีสซึ่งเป็นสนธิสัญญาที่ว่าด้วยเรื่องการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน นอกจากแก้ไขนโยบายต่าง ๆ ของโดนัลด์ ทรัมป์แล้ว เขาก็ได้เตรียมความพร้อมเพื่อที่จะต่อสู้กับปัญหาต่าง ๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้อย่างเช่นการแพร่ระบาดของโรคโควิด ที่ทำให้ประชาชนชาวอเมริกานั้นต้องสูญเสียเป็นจำนวนมาก นอกจากการแก้ไขปัญหาในประเทศแล้วโจ ไบเดนยังมองถึงการแก้ไขปัญหาที่เป็นผลกระทบต่อทั้งโลกด้วยเช่นเดียวกันซึ่งนั่นก็คือปัญหาภาวะโลกร้อนนั่นเอง ซึ่งก็เป็นปัญหาใหญ่มากที่คนทั้งโลกกำลังเผชิญและกำลังร่วมกันรณรงค์และแก้ไขปัญหาดังกล่าว Cr ซึ่งโจ ไบเดนนั้นจะกลับเข้าร่วมกับสนธิสัญญาปารีสซึ่งเป็นสนธิสัญญาที่ว่าด้วยเรื่องการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนที่ตอนนี้ทั้งโลกนั้นกำลังประสบปัญหาอย่างหนักกับระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นรวมถึงน้ำแข็งที่ขั้วโลกนั้นละลายเป็นจำนวนมาก เป็นการเข้าร่วมนับตั้งแต่เมื่อปี 2563 ที่ประธานาธิบดีคนเก่าอย่างโดนัลด์ ทรัมป์นั้นยกเลิกไป ซึ่งการที่โจ ไบเดนนั้นจะเข้าร่วมกับสนธิสัญญาปารีสอีกครั้งทำให้เจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีผู้นำคือบิล เกตนั้นตัดสินใจที่จะสนับสนุนการเข้าร่วมครั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่บิล เกตนั้นดำเนินการเรื่องการลดปัญหาภาวะโลกร้อนกับบริษัทของตัวเองมาตลอดเพื่อที่จะรักษาโลกให้ดีขึ้น การที่บิล เกตเข้ามาร่วมมือเรื่องการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนกับโจ ไบเดนนั้นจะต้องมีการนำเทคโนโลยีของ Microsoft มาช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างแน่นอนและจะทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่น่าอยู่มากขึ้นรวมถึงช่วยลดปัญหาของโลกได้ด้วย อย่างไรก็ตามปัญหาภาวะโลกร้อนนั้นเป็นปัญหาของประชากรบนโลกทุกคนไม่ใช่คนเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ถ้าหากว่าพวกเราช่วยกันคนละไม้คนละมือลูกของเราจะต้องน่าอยู่ขึ้นอย่างแน่นอน สามารถกดติดตาม เทคโนโลยีใหม่ ๆกับเราได้ที่นี่  เว็บรวบรวมเทคนิค และบทความข่าวสารดี ๆ  Microsoft เฝ้าระวังการโจมตี ของแฮกเกอร์ที่มีเป้าหมายอยู่ที่ผู้พัฒนาวัคซีนต้าน โควิด […]

Microsoft

Microsoft จับมือกับบริษัทรถยนต์รายใหญ่ General Motor สร้างรถยนต์ไร้คนขับ

ในตอนนี้ Microsoft เทคโนโลยีนั้นกำลังก้าวหน้าไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดในด้านของยานยนต์ก็มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอซึ่งเทคโนโลยีในรถยนต์ที่ทำให้คนจำนวนมากหันมาสนใจคงจะหนีไม่พ้นยานยนต์ไร้คนขับที่ตอนนี้บริษัทผลิตรถยนต์หลายบริษัทกำลังเร่งพัฒนาและนำออกมาใช้งานจริง ในปัจจุบันนี้เราก็มีรถยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติออกมาให้เห็นกันแล้ว การที่จะมีรถยนต์ไร้คนขับออกมาก็คงจะใช้เวลาอีกไม่นานแน่นอนว่าเมื่อคิดจะสร้างรถยนต์ไร้คนขับก็จำเป็นต้องมีระบบปฏิบัติการและเมื่อพูดถึงเทคโนโลยีที่เป็นทั้งโปรแกรมและระบบปฏิบัติการก็คงต้องนึกถึง Microsoft Windows ที่เป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมบนคอมพิวเตอร์ การลงทุนครั้งใหญ่ของ Microsoft การร่วมมือกันครั้งนี้จะทำให้เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ Microsoft นั้นทำงานอยู่บนระบบคอมพิวเตอร์มาอย่างยาวนานและล่าสุดก็มีข่าวเรื่องการจับมือกับ General Motor บริษัทรถยนต์รายใหญ่ เพื่อที่จะสร้างรถยนต์ไร้คนขับซึ่งมันก็คงเป็นเรื่องที่แปลกตาแถมแปลกใจอย่างมากเลยทีเดียวที่ระบบปฏิบัติการในคอมพิวเตอร์จะถูกนำมาบรรจุในรถยนต์ ในการร่วมมือกันในครั้งนี้เป็นการจับมือกับบริษัทในเครือของ General Motor อย่าง Cruise โดยคราวนี้ Microsoft นั้นทุ่มทุนมหาศาลถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียวเพื่อที่จะพัฒนายานยนต์แห่งอนาคต โดยการร่วมมือกันครั้งนี้จะมีเทคโนโลยีจาก Microsoft เข้ามาร่วมด้วยนั่นก็คือ Azure ซึ่งเป็นระบบคราวด์ของทาง Microsoft เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพมาก นี่คงเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของ Microsoft การร่วมมือกันครั้งนี้จะทำให้เทคโนโลยีบนโลกนั้นก้าวหน้าไปอีกขั้นอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามการสร้างรถยนต์ที่เป็นเทคโนโลยีไร้คนขับไม่ใช่เรื่องง่ายหากมีเทคโนโลยีไม่มากพอ ดังนั้นพวกเราคงยังไม่ได้เห็นรถยนต์ไร้คนขับของ Microsoft เร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน เทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับจะทำให้ระบบคมนาคมบนโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน ระบบขนส่งต่าง ๆ จะพัฒนาขึ้นมาอีกมากเลยทีเดียว และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำจะทำให้การใช้ชีวิตของคนในโลกสะดวกมากขึ้นแน่นอน ใยวันที่รถยนต์ไร้คนขับของ Microsoft ได้ถูกนำมาใช้งานต้องมาดูอีกครั้งว่าจะนำไปใช้งานในด้านไหน หากคุณไม่อยากพลาดข่าวสารเทคโนโยยีใหม่ ๆ […]

การขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

การขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า บนทางเท้าคือเรื่องผิดกฎหมายจราจรในสหราชอาณาจักร

ในปัจจุบันมียานพาหนะมากมายให้เราได้เลือกใช้ในการเดินทางไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถไฟฟ้าจักรยานยนต์และอื่น ๆ เพื่อให้สะดวกง่ายดายและรวดเร็ว แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางในระยะทางที่ไกลแต่ถ้าหากเป็นระยะทางที่ใกล้และหลายๆ คนก็คงจะเลือกใช้รถจักรยาน รวมไปถึงยานพาหนะอื่น ๆ อย่าง การขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและด้วยความกะทัดรัดของยานพาหนะเล็ก ๆ จะทำให้สามารถเดินทางได้คล่องตัวกว่า แต่ใครจะไปคิดละว่าแม้กระทั่งยานพาหนะอย่างสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ดูเหมือนจะไม่เป็นอันตรายใด ๆ ก็สามารถละเมิดกฎหมายจราจรได้ในประเทศของสหราชอาณาจักร ในประเทศของสหราชอาณาจักร การขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า บนทางเท้าถือเป็นสิ่งอันตราย เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่ประเทศของสหราชอาณาจักรเมื่อมีหญิงสาวคนหนึ่งได้เดินทางไปจัดงานปาร์ตี้กับเพื่อนและในขากลับ เขาก็ได้ขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ยืมเพื่อนมาเพื่อเดินทางกลับบ้าน และได้ถูกตำรวจจับเนื่องจากมีการดื่มแล้วขับขี่ยานพาหนะนั่นเองซึ่งสิ่งเหล่านี้นั้นเป็นสิ่งที่ถ้าดูเป็นเรื่องเล็กก็คงจะเป็นเรื่องตลกแต่ถ้าในแง่ความปลอดภัยแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ทำถูกแล้วสำหรับคุณตำรวจคนนี้เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นยานพาหนะใด ๆ หากมีการขับขี่ก็สามารถเกิดอุบัติเหตุได้ทั้งนั้น ดังนั้นทุก ๆ ยานพาหนะจึงต้องปฏิบัติตามกฎจราจรไม่ว่าจะเป็นการขับไม่ผ่าไฟแดงรวมถึงการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ ในประเทศของสหราชอาณาจักรนั้นการขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าบนทางเท้าถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายอยู่แล้วเพราะว่ามันสามารถสร้างอันตรายได้ทั้งผู้ขับขี่และผู้คนที่เดินอยู่บนถนน ถึงแม้ในต่างประเทศจะดูเป็นเรื่องตลกแต่สำหรับประเทศอังกฤษแล้วไม่เลยและนี่คงจะเป็นอุทาหรณ์เตือนใจสำหรับหญิงสาวที่ยืมสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเพื่อนมาเพื่อไม่ให้ทำผิดกฎหมายอีกครั้ง เห็นไหมว่าไม่ว่าจะการขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่เป็นยานพาหนะเล็กหรือใหญ่หากมีความประมาทก็สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุได้แม้ว่าอุบัติเหตุนั้นจะไม่ร้ายแรงถึงชีวิตแต่ก็สามารถทำความเสียหายแก่ร่างกายและทรัพย์สินได้ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นเราควรระมัดระวังทุกครั้งในการขับขี่ยานพาหนะนะ ไม่ควรพลาดกับสิ่งที่ของ  เทคนิค javascript , สอนทำ wordpress , สอนทำ SEO และบทความที่น่าติดตาม Autonomous Driving เทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ ที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ถ้าหากว่างหลังจากศึกษาข้อมูลข่าวไอทีแล้ว แอดยังมีสิ่งดี ๆ มาแนะนำ ufa6666 ไว้เล่นแบบเพลิน ๆ

รถไฟความเร็วสูง

ฮือฮา! ประเทศจีนเปิดตัวต้นแบบ รถไฟความเร็วสูง เทคโนโลยีล้ำหน้า

ถ้าพูดถึงผู้นำทางด้านเทคโนโลยีในโลกฝั่งตะวันออกก็คงจะนึกถึงประเทศญี่ปุ่นที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าหลาย ๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชียด้วยกันเองไม่ว่าจะเป็นด้านหุ่นยนต์หรือด้านคมนาคม ทำให้ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่ผู้คนมีความสะดวกสบายอย่างมากทางด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะระบบการขนส่งที่มี รถไฟความเร็วสูง ที่สามารถเดินทางได้ทั่วทั้งประเทศหรือที่เรารู้จักกันในชื่อชิงคังเซน ด้วยรถไฟความเร็วสูงทำให้คนในประเทศญี่ปุ่นนั้นสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายไม่ว่าจะเดินทางข้ามจังหวัดหรือเดินทางข้ามภาคก็ใช้เวลาเพียงไม่นาน ประเทศจีนก็กำลังพัฒนา รถไฟความเร็วสูง ทำความเร็วได้มากถึง 620 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งรถไฟความเร็วสูงของประเทศญี่ปุ่นยังเป็นต้นแบบให้กับประเทศหลาย ๆ ประเทศได้นำแนวคิดทางเรื่องรถไฟความเร็วสูงมาใช้ในการขนส่งทั่วประเทศด้วยเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะเป็นต้นแบบรถไฟความเร็วสูงให้กับหลาย ๆ ประเทศตอนนี้ดูเหมือนประเทศจีนก็กำลังพัฒนารถไฟความเร็วสูงของตัวเองอยู่เช่นเดียวกันและล่าสุดได้มีการเปิดตัวรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งบนระบบ HTS ที่มีความเร็วอย่างมากซึ่งสามารถทำความเร็วได้มากถึง 620 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้รู้สึกราวกับว่ารถไฟนั้นกำลังเหาะอยู่บนรางเลยทีเดียว แล้วต้นแบบรถไฟความเร็วสูงของประเทศจีนนี้ได้เปิดเผยมาทางสื่อต่าง ๆ ในเมืองเฉิงตูเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา โดยศาสตราจารย์ He Chaun จากมหาวิทยาลัยเจียวทง ผู้ที่ทำการพัฒนาต้นแบบรถไฟความเร็วสูงนี้ได้ออกมาบอกว่าจะมีการเริ่มต้นใช้ภายในอีก 3 ถึง 10 ปี การมีรถไฟความเร็วสูงในประเทศจีนจะช่วยให้ระบบขนส่งไม่ว่าจะเป็นระบบขนส่งคนระบบขนส่งสินค้านั้นทำได้ดีขึ้นมากแล้วจะกระจายความพัฒนาไปสู่ชุมชนต่าง ๆ ได้อีกด้วย เช่นเดียวกันต้องมาดูว่าในอีก 10 ปีต่อจากนี้ประเทศที่เป็นมหาอำนาจของทางฝั่งเอเชียอย่างประเทศจีนจะก้าวล้ำและพัฒนาไปได้ไกลมากแค่ไหนทั้งในด้านเทคโนโลยีและในด้านเศรษฐกิจ เมื่อกลับมาดูในประเทศไทยตอนนี้ก็ได้มีการวางแผนเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูงไว้แล้วแต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีทีท่าที่จะประสบความสำเร็จและเปิดใช้บริการในเร็ว ๆ นี้ ยิ่งในช่วงนี้เศรษฐกิจตกต่ำด้วยแล้วการที่จะเห็นรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทยนั้นก็คงต้องรอไปอีกนานหลายปีเลยทีเดียวกว่าคนไทยจะมีรถไฟความเร็วสูงใช้งานกัน สามารถกดติดตาม เทคโนโลยีใหม่ ๆกับเราได้ที่นี่  เว็บรวบรวมเทคนิค  และข่าวสาร เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ในยุคปัจจุบัน ที่ช่วยในเรื่องการเรียนการสอนมากขึ้น […]

Xiaomi

โดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีประกาศแบน Xiaomi ก่อนลงจากตำแหน่ง

สำหรับแบน Xiaomi ถ้าพูดถึงประเทศมหาอำนาจของโลกแล้วทางฝั่งตะวันออกก็คงจะนึกถึงประเทศจีนและทางฝั่งตะวันตกก็คงจะนึกถึงประเทศอเมริกา สองประเทศนี้มีการขับเคี่ยวทางด้านต่าง ๆ มาอย่างยาวนานว่าใครจะเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความขัดแย้งหลาย ๆ อย่างทำให้ทั้งสองประเทศนี้นั้นมักจะมีการระงับการใช้งานสินค้าและบริการจากประเทศคู่แข่ง การผลิตสมาร์ทโฟนของประเทศจีนเพราะเหตุผลทางความมั่นคงของชาติ กับแบน Xiaomi ซึ่งการแข่งขันกันเพื่อที่จะเป็นประเทศมหาอำนาจนี้ดูเหมือนว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกเมื่อโดนัลด์ ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีก็มีข่าวออกมาหลายครั้งหลายคราวว่าตัวของเขานั้นมักจะระงับการใช้งานสินค้าและบริการจากประเทศจีน ล่าสุดก็ได้มีการสร้างแบนสินค้าและบริการของ Xiaomi ที่เป็นบริษัทชั้นนำทางด้านการผลิตสมาร์ทโฟนของประเทศจีนเพราะเหตุผลทางความมั่นคงของชาติXiaomi มีจำนวนผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากเนื่องจากมีราคาถูกมากกว่าสมาร์ทโฟนที่ได้รับความนิยมของโลกไม่ว่าจะเป็น iPhone หรือ Samsung นั่นเอง ด้วยประสิทธิภาพที่มีพอสมควรทำให้คนหลายคนนั้นใช้โทรศัพท์Xiaomi แน่นอนว่าเพื่อจะตีตลาดแข่งขันกับบริษัทสมาร์ทโฟนชั้นนำของโลกทำให้บริษัท Xiaomi นั้นจะต้องตีตลาดไปทั่วโลกและหนึ่งในนั้นก็คือประเทศอเมริกาด้วยเช่นเดียวกัน แต่การที่จะมาตีตลาดในประเทศอเมริกานั้นก็คงจะเป็นเรื่องง่ายในขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่ หลังจากที่โดนแบน ทางบริษัทก็ไม่นิ่งนอนใจและเตรียมตัวเพื่อที่จะแย้งข้อกล่าวหาเรื่องการมีเอี่ยวกับพรรคคอมมิวนิสต์ในประเทศจีน ถึงแม้ว่าโดนัลด์ ทรัมป์จะประกาศขึ้นบัญชีดำสินค้าและบริการของ Xiaomi ก็ตามแต่ว่านี่คือช่วงท้ายของวาระการทำงานในฐานะประธานาธิบดี เพราะอีกไม่นานโจ ไบเดนจะขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาคนต่อไปนั่นเอง และหนึ่งในนโยบายของโจ ไบเดนการสร้างความสัมพันธ์ทางด้านการค้ากับประเทศจีน ดังนั้นหลังจากที่โจไบเดนขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็มีสิทธิ์ที่สินค้าและบริการของ Xiaomi จะถูกปลดจากบัญชีดำ และอาจจะรวมไปถึงสินค้าและบริการจากประเทศจีนอื่น ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน ถ้าชอบอย่าลืมกดติดตาม เทคนิค javascript , สอนทำ wordpress , สอนทำ SEO ของเราไว้ด้วยนะ ข่าวสารและบทความดี ๆที่น่าสนใจ แนะนำ กล้องวงจรปิด รุ่น Xiaomi คุณภาพกล้องสุดปัง […]

กำไล Moodbeam

กำไล Moodbeam เก๋ ๆ เทคโนโลยีที่ใช้ตรวจจับอารมณ์ของผู้ที่สวมใส่

กำไล Moodbeam ในหลายปีให้หลังเรามีเทคโนโลยีที่ทำให้คนทั้งโลกต้องรู้สึกตื่นตาตื่นใจกันมาแล้วหลายอย่างมากไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน รถยนต์ หุ่นยนต์ต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นเทคโนโลยีที่ใหญ่และเป็นที่จับตามองแต่เชื่อไหมว่ามีเทคโนโลยีเล็ก ๆ อีกมากที่ทำให้เราสามารถรู้สึกว่า เอ๊ะ เทคโนโลยีแบบนี้ก็มีด้วยเหรอ บางทีเราก็ไม่คิดว่าเทคโนโลยีแบบนี้จะมีอยู่บนโลกได้ อย่างเช่นเทคโนโลยีที่จับอารมณ์ของผู้ที่สวมใส่เทคโนโลยีนั้นอยู่ ในอดีตก็คงจะไม่มีใครคิดหรอกว่าจะมีเทคโนโลยีที่ดูตลกหรือสร้างขึ้นมาเล่น ๆ แบบนี้แต่จริง ๆ แล้วเทคโนโลยีตรวจจับอารมณ์ก็เป็นสิ่งที่ดีเหมือนกันนะในแง่มุมของการทำงาน เทคโนโลยี กำไล Moodbeam ตรวจจับอารมณ์ดีส่วนสีเหลืองส่วนกำลังอารมณ์ไม่ดีจะมีสีฟ้า Moodbeam เป็นเทคโนโลยีตรวจจับอารมณ์ ซึ่งมีลักษณะเป็นกำไลข้อมือและบนกำไรนั้นจะมีสีเหลืองและสีฟ้า โดยผู้ใช้งานนั้นสามารถกดปุ่มสีเหลืองและสีฟ้าได้โดยปุ่มสีเหลืองนั้นจะมีไว้กดตอนที่กำลังอารมณ์ดีส่วนกลุ่มสีฟ้านั้นจะมีไว้กดตอนที่กำลังอารมณ์ไม่ดี ข้อดีของมันก็คือในที่ทำงานเราไม่รู้หรอกว่าตอนที่เรากำลังทำงานกับหัวหน้างานของเราหรือเพื่อนร่วมงานของเราเขามีอารมณ์ดีหรืออารมณ์ที่ไม่ดีอยู่ถ้าเราเข้าไปผิดจังหวะวันนั้นก็อาจจะกลายเป็นวันที่แย่ของเราไปได้เลยเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะกับช่วงสถานการณ์นี้มากที่สุดเพราะหลาย ๆ คนกำลังทำงานในรูปแบบ work from home ทำให้เราไม่สามารถรู้อารมณ์ของเพื่อนร่วมงานได้ การมีเทคโนโลยีนี้เข้ามาช่วยเหลือในการทำงานจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอนเพราะว่าการที่เราเข้าไปทำงานกับใครสักคนในขณะที่เขานั้นกำลังอารมณ์ดีก็มีความเป็นไปได้สูงที่งานของเราจะสำเร็จลุล่วงไปอย่างง่ายดายเลยทีเดียว กำไล Moodbeam จะทำงานร่วมกับ application บนมือถือรวมไปถึงเว็บไซต์ ถึงแม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ดูเล็กและเหมือนไม่มีความสำคัญแต่ในแง่การทำงานและการพัฒนาความสัมพันธ์ในชีวิตแล้วก็ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ดีมากเลยทีเดียว ซึ่งตอนนี้ Moodbeam ขายอยู่ที่ราคา 49.95 ปอนด์ ฝากกติดตามเว็บไซต์  เว็บรวบรวมเทคนิค และข่าวสารเทคโนโลยีใหม่ ๆ เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน และความเปลี่ยนแปลงในวงการการศึกษา นอกจากจะมีข่าวสารวงไอทีน่าติดตามแล้ว แอดยังมีเกมแนะนำ แทงบอลเต็ง ที่สามารถผ่อนคลายได้แบบสบาย […]

Vivo X60

Vivo X60 โทรศัพท์เรือธงตัวใหม่ประจำค่าย ในปี 2021มาพร้อมกับฟีเจอร์และสเปคต่างๆ

                เรียกได้ว่าเป็นการส่งท้ายปีของทางVivo เลยทีเดียว เมื่อพวกเขาได้เปิดตัวโทรศัพท์อย่าง Vivo X60 ซึ่งจะกลายเป็นเรือธงตัวใหม่ของพวกเขาประจำปี 2021 นั่นเอง โดยโทรศัพท์ตัวนี้ก็จะยังมาพร้อมกับฟีเจอร์และสเปคต่างๆ ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว แม้ว่าพวกเขาจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนเพียงที่เดียวเท่านั้นในช่วงเวลานี้ ก่นอที่จะมีการประกาศวางจำหน่ายไปทั่วโลกในภายหลัง นอกจากนี้พวกเขายังเปิดตัวเพียงแค่รุ่นธรรมดาของเอกซ์ 60 เท่านั้นและน่าจะมีงานเปิดตัวรุ่นโปรของพวกเขาอีกครั้งในช่วงเดือนมกราคมต่อไป Vivo X60 โทรศัพท์เรือธงที่พร้อมเปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม ในราคาประยัด                 สำหรับรูปร่างของ Vivo X60 นั้น พวกเขาจะมีหน้าตาคล้ายกับทางเอกซ์ 51 ซึ่งเป็นรุ่นก่อนหน้านี้ที่ใช้แผงกล้องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าพร้อมกับเลนที่ฝังเอาไว้ แม้ว่าในตัวของ 60 นั้นจะมีการเปิดเลนมาอีกตัวก็ตาม ส่วนบนหน้าจออโมเลดฟูลเอชดีพลัสขนาด 6.56 นิ้วที่มีค่ารีเฟรชหน้าจอที่ 120 เฮิร์ตซ์นั้นก็จะมีการฝั่งกล้องหน้าไว้เช่นเดิม แต่เปลี่ยนจากมุมซ้ายบนมาอยู่ตรงกลางแทน รวมถึงโทรศัพท์เรือธงตัวนี้จะมีขนาดบางที่สุดอีกด้วยในรุ่นที่รอบรับสัญญาณห้าจีได้ เมื่อพวกเขามีขนาดที่ 7.36 มิลลิเมตรเท่านั้น                 ส่วนสเปคของ Vivo X60 ก็จะยังใช้ชิพของซัมซุงอย่างเอกซีนอส 1080 ทั้งรุ่นธรรมดาและรุ่นโปร ซึ่งถือว่าเป็นซีพียูที่ไม่ด้อยไปกว่าทางสแนปดราก้อน 888 เลยทีเดียว นอกจากนี้ตัวชิพยังรองรับสัญญานห้าจีในตัวเช่นกัน ส่วนสิ่งที่มาพร้อมกับโทรศัพท์ตัวใหม่นี้ก็คือยูไออย่างออริจินโอเอสที่จะอยู่ใส่ไว้ในอุปกรณ์ต่างๆ จากบริษัทวีโว่ต่อไปในอนาคต โดยในโอเอสนี้จะสามารถปรับเปลี่ยนหน้าตาของหน้าจอหลักหรือใช้งานวิดเจทต่างๆ ได้ พร้อมกันอีกด้วย […]