Google Earth

มาดูการเปลี่ยนแปลงของโลกด้วย Google Earth นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เมื่อเวลาผ่านไปหลาย ๆ สิ่งหลายอย่างก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกันไม่เว้นแต่โลกที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบัน ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาล นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันโลกของเรานั้นก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นเดียวกันโดยสาเหตุก็เกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ การเคลื่อนตัวของเปลือกโลก และอื่น ๆ แม้ว่าจะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ โลกของเราก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป โดยที่เราไม่รู้สึกตัวเลย โชคดีมากที่ได้ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีก้าวล้ำสมัยไปมากทำให้เราสามารถดูสภาพการเปลี่ยนแปลงของโลกในช่วงระยะเวลา 40 กว่าปีที่ผ่านมานี้ได้ เทคโนโลยีที่ว่านั้นก็เป็นเทคโนโลยีของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google ที่มีชื่อว่า Google Earth Google Earth เป็นเทคโนโลยี Timelapse ที่สุดยอดของการเปลี่ยนแปลงของโลก Google Earth ได้เพิ่มเทคโนโลยี Timelapse เข้ามาในระบบเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ซึ่งเป็นระบบที่ได้รับการร่วมมือจากนาซ่าและกรมสำรวจธรณีของประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยเทคโนโลยีนี้ทำให้เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกตั้งแต่ในช่วงปี 1985 จนถึงปัจจุบัน ว่าโลกของเรานั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน เว็บไซต์รวบรวมเทคนิค เป็นการนำภาพจากดาวเทียมบนเอาโอกาสมาให้เราได้ชมในรูปแบบ 2 มิติและ 3 มิติ โดยเทคโนโลยีดังกล่าวนี้ทำให้เราได้เห็นว่าภูมิประเทศของโลกเรานั้นได้เปลี่ยนแปลงซึ่งก็เกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ตัวอย่างเช่น สภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำแข็งบริเวณต่างๆ ของโลกนั้นได้ละลาย การขยายตัวของชุมชนการเปลี่ยนแปลงบริเวณชายฝั่งและตามขอบแม่น้ำ ถึงแม้ว่าภาพที่เกิดขึ้นในเว็บไซต์นั้นจะไม่มีความชัดเจนมากแต่ก็ทำให้เราได้รู้ว่าในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาตลอด 40 กว่าปีโลกของเรานั้นได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมายเลยทีเดียว เทคโนโลยี Timelapse ของ Google Earth […]

เทคโนโลยีในอนาคต

เทคโนโลยีในอนาคต ที่มนุษย์อาจจะอยู่ร่วมกับ คอมพิวเตอร์ ได้

ในปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีในอนาคต นั้นได้ก้าวล้ำเกินกว่าที่คนบนโลกจะสามารถจินตนาการถึงได้ หลายสิ่งหลายอย่างถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นการทำงานในโรงงานที่เลิกใช้แรงงานคนและหันมาใช้เทคโนโลยีเข้ามาทำงานแทน ระบบ AI ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตของมนุษย์มากขึ้น ในอนาคตถ้าหากว่ามนุษย์ไม่มีการปรับตัวเทคโนโลยีอาจจะเป็นฝ่ายเข้ามาครอบงำมนุษย์อย่างเราก็เป็นได้ ด้าน เทคโนโลยีในอนาคต จาก Elon Musk มีแผนการที่จะเชื่อมต่อสมองมนุษย์ แต่บนโลกนี้มีมนุษย์คนหนึ่งพี่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีและมีความคิดที่จะทำให้มนุษย์นั้นสามารถอยู่ร่วมกับคอมพิวเตอร์ได้ คนนั้นก็คือ Elon Musk เจ้าของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง Tesla และบริษัทยานอวกาศอย่าง SpaceX ปัจจุบันเป็นเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของโลก เขามักจะเป็นผู้ที่เห็นอนาคตของเทคโนโลยีก่อนบุคคลอื่น ๆ เสมอ และการทำให้เทคโนโลยีและมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันได้ก็เป็นอีกหนึ่งแผนการของเขา ภายในปี 2022 Elon Musk มีแผนการที่จะเชื่อมต่อสมองมนุษย์กับระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งก็เป็นเป้าหมายที่เจ้าตัวได้นำเสนอที่สถาบันวิจัยและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่เมืองซานฟรานซิสโกรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยการเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์กับสมองมนุษย์นั้นจะเป็นการนำอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับประสาทนำไปใส่ไว้ในสมองของมนุษย์ ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้ทำการทดลองกับลิงและผลออกมาก็กลายเป็นว่าลิงนั้นสามารถควบคุมคอมพิวเตอร์ได้ แต่อย่างไรก็ตามการนำมาใช้กับมนุษย์ก็คงจะเป็นเรื่องที่ยากอยู่ดี ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของแผนการเชื่อมต่อมนุษย์กับคอมพิวเตอร์นั้นก็เพื่อใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ นอกจากนั้นมันยังสามารถช่วยในการพัฒนาสมองได้อีกด้วย Elon Musk เป็นบุคคลที่พูดถึงระบบ AI อยู่เสมอ ยิ่งในปัจจุบันระบบ AI นั้นได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์มากขึ้น และในทุกวันเทคโนโลยีนั้นได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่ามนุษย์เรานั้นพัฒนาได้ช้ากว่าเทคโนโลยี ในอนาคตมนุษย์เราอาจจะถูกเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ก็เป็นได้ ดังนั้นการที่ทำให้มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกับระบบ AI ได้ก็ถือว่าเป็นอีกทางออกหนึ่งที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ […]

ปัญหาภาวะโลกร้อน

บริษัท Apple ลงทุนกองทุนช่วยลด ปัญหาภาวะโลกร้อน และปัญหาฝุ่นและหมอกควันที่อยู่ในเมืองใหญ่

ในปัจจุบันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาและทำลายโลกซึ่งเป็นบ้านเกิดของเราได้ยังไม่รู้ร้อนรู้หนาวเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดขยะที่ไม่ถูกวิธีไม่ว่าจะเป็นการเผาหรือการนำไปทิ้งในท้องทะเล เมืองที่มีความเจริญมากขึ้นทำให้เกิดสภาวะการจราจรติดขัดและมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ส่งผลเสียต่อโลกของเรา แล้วปัญหาที่ใหญ่ที่สุดที่ทุกคนจะต้องช่วยกันแก้ไขนั่นก็คือ ปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งปัญหานี้ก็มีท่าทีว่าจะรุนแรงมากขึ้นทุกที โดยเราสามารถสังเกตได้จากระดับน้ำทะเลที่มีสูงขึ้นทุกปี ปัญหาฝุ่นและหมอกควันที่อยู่ในเมืองใหญ่ แล้วปัญหาอื่น ๆ บริษัท Apple ยังเปิดโอกาสให้กับลูกค้าได้มีส่วนร่วมในการแก้ไข ปัญหาภาวะโลกร้อน ครั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ตอนนี้เทคโนโลยีในหลาย ๆ ด้านก็เริ่มที่จะถูกพัฒนาออกมาให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และนอกจากนี้บริษัทใหญ่ ๆ หลาย ๆ บริษัทก็ได้มีการลงทุนเพื่อที่จะพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม โดยล่าสุดบริษัท Apple ที่เป็นบริษัทอันดับต้น ๆ ของโลกก็ได้ลงทุนในกองทุนจำนวน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในกองทุนมีวัตถุประสงค์ก็คือการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จำนวนหนึ่งล้านเมตริกตัน ที่ถูกปล่อยจากรถยนต์โดยสารจำนวน 200,000 คัน โดยการฟื้นฟูผืนป่า เนื่องจากป่าไม้เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากที่สุด นอกจากนี้บริษัท Apple ก็มีเป้าหมายว่าภายในปี 2030 จะกลายเป็นบริษัทที่ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่ชั้นบรรยากาศโลก แล้วจะมีการปรับเปลี่ยนสายพานการผลิตให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้ 75 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2030 เช่นเดียวกัน โดยกองทุนที่ว่านี้จะมีการบริหารโดยโกลแมนแซค นอกจากนี้บริษัท Apple ชะลอมาตรการป้องกันการติดตามความเป็นส่วนตัวที่มีอยู่ใน iOS14 ยังเปิดโอกาสให้กับลูกค้าที่ใช้บริการสินค้าของทางบริษัทได้มีส่วนร่วมในการรักษาโรคในครั้งนี้ด้วย […]

Instagram

แอปพลิเคชัน Instagram ทดสอบระบบซ่อนยอดไลค์บนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

Instagram แอปพลิเคชันแชร์รูปภาพบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟนพี่มีคนใช้อยู่ทั่วโลกได้ออกมาทดสอบระบบซ่อนยอดไลค์อีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้หลังจากที่ได้เคยออกมาทดสอบครั้งหนึ่งแล้วในช่วงปี 2019 โดยในครั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกที่จะซ่อนหรือไม่ซ่อนยอดไลค์ก็ได้ แอปพลิเคชัน Instagram ใช้ระบบซ่อนยอดไลค์เพื่อลดความกดดันให้กับผู้ใช้งาน ในปัจจุบันนี้โซเชียลมีเดียเปรียบเสมือนชีวิตอีกชีวิตหนึ่งของพวกเราไปแล้ว เรามักจะมีการโพสต์เรื่องราวต่าง ๆ ลงในโซเชียลมีเดียไม่ต่างจากการเล่าเรื่องให้เพื่อน ๆ ฟังในโลกแห่งความจริงเลยและ โซเชียลมีเดียถือว่าอีกช่องทางหนึ่งที่ใช้ในการโอ้อวดชีวิตโดยเฉพาะการลงรูปภาพ Instagram หลายคนเลือกที่จะอัปโหลดรูปชีวิตในมุมที่ดีไม่ว่าจะเป็นการลงรูปในมื้ออาหารที่หรูหรา สถานที่โด่งดัง สิ่งของที่มีราคาแพง เพื่อเรียกยอดไลค์จากเพื่อน ๆ รวมไปถึงผู้ติดตาม จนบางครั้งมันก็กลายเป็นการเสพติดความโด่งดังไปในที่สุด หลายคนเลือกที่จะลบรูปที่ตัวเองได้ลงไปแล้วถ้าหากว่ายอดไลค์มีไม่ถึงเป้าที่วางไว้ และหารูปที่ดีกว่ามาลงใหม่อีกครั้งเพื่อเรียกยอดไลค์ให้ตัวเองมากขึ้น สิ่งเหล่านี้พอเกิดขึ้นแล้วมันก็อาจจะกลายเป็นความกดดันที่ทำให้หลายคนนั้นกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้เลยดังนั้นทาง Instagram จึงได้ออกมาทำการทดสอบในช่วงปี 2019 โดยใช้ระบบซ่อนยอดไลค์เพื่อลดความกดดันให้กับผู้ใช้งานนั่นเอง และในปี 2021 เมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา Instagram ก็ได้บังเอิญใช้ระบบซ่อนยอดไลค์กับผู้ใช้งานแอปโดยเป็นการทดสอบเล็ก ๆ และก็ได้รวบรวมความคิดเห็นของผู้ใช้งาน โดยหลายคนบอกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาสุขภาพจิต และอีกหลายคนก็บอกว่าระบบซ่อนยอดรายนี้เป็นปัญหาสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นครีเอเตอร์และมีพาร์ทเนอร์คอยสนับสนุนอยู่ เนื่องจากในปัจจุบันนี้ Instagram นั้นกลายเป็นช่องทางในการสร้างรายได้ของใครหลาย ๆ คน ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ดังนั้นถ้าหากว่าระบบซ่อนยอดไลค์เข้ามามีบทบาทหรือถูกบังคับใช้ ผู้ใช้งานที่เป็นครีเอเตอร์ก็จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน หากคุณไม่อยากพลาดข่าวสารเทคโนโยยีใหม่ ๆ อย่าลืมกดติดตาม JAVASCRIPT SEO WordPress ขั้นเทพ   อย่างไรก็ตามระบบนี้ยังอยู่ในช่วงการทดสอบและถ้าหากระบบนี้ออกมาก็คงจะเป็นระบบทางเลือกสำหรับผู้ใช้เสียงมากกว่า นอกจาก Instagram […]

บริษัทซัมซุง

บริษัทซัมซุง ที่เตรียมจะสร้างโรงงานผลิตชิพมูลค่ากว่าหมื่นล้านเหรียญ

                น่าจะเป็นอีกแผนสำคัญของ บริษัทซัมซุง เมื่อพวกเขาเตรียมลงทุนอีกกว่าหมื่นล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนของสมาร์ทโฟนตัวเอง ซึ่งจะมีหน้าที่หลักในการผลิตชิพขนาด 3 เอ็นเอ็มที่จะเป็นชิ้นส่วนใหม่แห่งอนาคตเลยทีเดียว นอกจากนี้ทางบริษัทดังจากประเทศเกาหลีใต้ยังจะสร้างโรงงานตัวเองเพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้วในรัฐเท็กซัสก็เพราะว่า ความต้องการของชิพในตลาดได้เพิ่มสูงขึ้นจากทางฝั่งของควอลคอม เทสล่าหรืออินเทล จนทำให้พวกเขาต้องเลือกลงทุนครั้งใหญ่เพื่อเป็นไปตามความต้องการของตลาดนั่นเอง ทาง บริษัทซัมซุง เลือกลงทุนครั้งใหญ่สร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนของสมาร์ทโฟนตัวเอง                 นอกจากทางบริษัทซัมซุงจะทำโรงงานขึ้นมาเพื่อผลิตชิพต่าง ๆ ที่พวกเขาได้ส่งออกเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ในสถานที่ใหม่ก็จะมีการรับรองความล้ำจากเดิมไปอีกด้วย ซึ่งตามแผนที่บริษัทกำลังจะทำนั้น จะมีการทำชิพขนาด 3 เอ็นเอ็มออกมานั่นเอง อีกทั้งน่าจะช่วยให้พวกเขากลายเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการขึ้นมา หลังจากที่ทางซัมซุงได้กลับมาร่วมมือกัยควอลคอมอีกครั้งในการผลิตชิพต่าง ๆ โดยก่อนหน้านี้ทางควอลคอมได้ใช้โรงงานของทีเอสเอ็มซีมาก่อนในชิพเรือธง แต่ได้เปลี่ยนมาใช้โรงงานของแบรนด์ดังแทนในรุ่นสแนปดราก้อน 888                 หากบริษัทซัมซุงสามารถผลิตชิพขนาด 3 เอ็นเอ็มได้จริงแล้ว ชิพตัวแรงนี้ก็จะเพิ่มประสิทธิภาพไปมากกว่า 30% และลดการใช้พลังงานไปถึง 50% ด้วยกัน รวมถึงจะยังลดการใช้พื้นที่ในตัวเครื่องไปได้อีก 45% เมื่อเทียบกับชิพรุ่น 7 เอ็นเอ็มที่เคยมีการงานกันอย่างแพร่หลายก่อนหน้านี้ตามที่บริษัทเคยประเมินเอาไว้ โดยพวกเขาเตรียมที่จะลงทุนไปมากกว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐในการสร้างโรงงานผลิตเพื่อที่จะกลายเป็นจ้าวแห่งการผลิตชิพในโลกอีกด้วย สามารถกดติดตามข่าวสารวงการไอที เว็บไซต์รวบรวมเทคนิค               บอกได้ว่าบริษัทซัมซุงน่าจะเอาจริงน่าดู เพื่อที่จะต่อกรกับคู่แข่งต่าง ๆ ในวงการปัจจุบัน เพราะพวกเขาถือว่าเป็นอีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ที่สุดของวงสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy […]