Apple เปิดตัว Apple Smart Watch และ iPad พร้อมกันสองรุ่น ปี 2020

Apple Smart Watch และ iPad เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทางออนไลน์ของ Apple ได้มีการเปิดตัวApple Smart Watch ที่เรียกว่า Apple Watch Series 6 มีให้เลือกสองรุ่น คือ รุ่นไฮเอนด์ และรุ่น SE รวมทั้งได้เปิดตัว iPad 8 ที่มีให้เลือกสองรุ่นเช่นกัน คือ iPad รุ่นไฮเอนด์ และ iPadAir ที่มีราคาประหยัดเช่นเดียวกับ Smatch Watch SE

และนอกจากนี้ยังได้เปิดตัวการให้บริการของ Apple One ที่เป็นบริการดิจิทัลต่างในรูปแบบของการเป็นสมาชิก ตั้งแต่การเล่นเกมออนไลน์ผ่าน Apple Arcade การฟังเพลงออนไลน์จาก Apple Music การดูหนังและซีรีส์ออนไลน์ผ่าน Apple TV และการให้บริการ iCloud

Apple Smart Watch

Apple Smart Watch และ iPad เสริมด้วยการให้บริการทางดิจิทัลแบบสมัครสมาชิก

จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้ผู้คนตระหนักถึงเรื่องสุขภาพและการออกกำลังเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการรักษาความสะอาดมากขึ้น การตรวจวัดระดับออกซเจนด้วยตนเอง ตลอดจนการออกกำลังกายที่บ้าน นั่นจึงทำให้ Apple Watch Series 6 ตอบสนองความต้องการดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง ด้วยการติดตั้งเซ็นเซอร์แสงที่ผิวด้านล่างของนาฬิกาเพื่อวัดระดับออกซิเจนผ่านทางผิวหนัง

Smart Watch และ iPad

โดยการตรวจสอบผ่านการสะท้อนแสงของเส้นเลือดว่ามีมากน้อยแค่ไหน และหากมีค่าต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ Apple Watch Series 6 ก็จะช่วยแจ้งเตือนได้ว่าระดับออกซิเจนมีค่าแตกต่างจากค่าปกติ

แต่ทั้งนี้ Apple ก็ได้มีคำเตือนไว้แล้วว่า ค่าต่างๆ ที่ได้จาก Apple Watch Series 6 ไม่สามารถนำผลไปใช้อ้างอิงทางการแพทย์ได้ ซึ่ง Apple Watch Series 6 ออกแบบการวัดค่าต่างๆ ออกมานั้น ก็เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับการออกกำลังกายและสุขภาพโดยทั่วไปเท่านั้น

 iPad รุ่นที่ 8

สำหรับ iPad รุ่นที่ 8 มีแบตเตอรี่ที่ได้รับการออกแบบให้สามารถช้งานได้ทั้งวัน มีกราฟิกและการประมวลผลที่เร็วขึ้น กล้องมีความละเอียดและคมชัดมากขึ้น ตลอดจนมีการใช้ชิพ A12 Bionic ที่ทรงพลังมากกว่ารุ่นก่อนๆ ที่ใช้งานมา โดย iPad รุ่นที่ 8
มีหน้าจอขนาด 10.2 นิ้ว ที่มาพร้อมกับ iPadOS14 ที่จะช่วยให้ Apple Pencil ทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ Apple ยังได้วิเคราะห์ว่า iPad รุ่นใหม่นี้จะเร็วกว่า Chromebook ที่เป็นคู่แข่งจาก Google และจะสามารถขายได้มากกว่าถึง 6 เท่า อีกทั้งยังปรับปรุง Touch ID ให้มีขนาดเล็กลง และที่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อีกเรื่องของ iPad
คือการรองรับสาย USB-C     ที่มีความเป็นสากลมากขึ้น ซึ่งหมายความว่า iPad สามารถใช้งานทั้งกับ MacBook Air หรือ Google Pixel ก็ได้

สำหรับบริการทางดิจิทัลอย่าง Apple One เป็นการให้บริการด้านความบันเทิงที่ครบครัน ตั้งแต่ Apple Music Apple TV Apple Arcade และ การให้บริการจัดเก็บข้อมูลที่มีขนาดถึง 2TB ใน iCloud ที่สามารถเลือกจ่ายแบบรายบุคคล หรือจะเป็นแบบครอบครัวก็ได้ อีกทั้งในการเปิดตัวเริ่มแรกนี้ยังให้สิทธิใช้งานฟรี 30 วันกับลูกค้าของ Apple ด้วย

ถ้าชอบอย่าลืมกดติดตาม เว็บรวบรวมเทคนิค และ Smart Watch สุดเจ๋งอย่าง Amazfit Verge Lite จากทางค่าย Xiaomi

Post Author: Sai