การเปลี่ยนแปลงของ 4G สู่ 5G เพื่อชีวิตรวดเร็วกว่า

หลายคนคงเฉยๆกับ 5G ที่กำลังจะเข้า เพราะ 4G นั้นก็ยังถือว่าตอบโจทย์กับชีวิตของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่รู้จัก 5G ว่ามันคืออะไร และมีข้อดีอย่างไร การเปลี่ยนแปลงของ 4G สู่ 5G ทำไมถึงต้องเปลี่ยนจาก 4G เพื่อไป 5G เพื่อชีวิตที่รวดเร็วกว่า เพราะ 5G ที่จะเข้ามาถึงนั้น ไม่ได้มาเปลี่ยนแปลงแค่ระบบของสมาร์ทโฟนอย่างเดียวนะครับ แต่ยังมาเพื่อเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ต่างทุกชนิดที่สามารถเล่นอินเตอร์เน็ตได้ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยวันนี้ผมจะมาสรุป การเปลี่ยนของ G หรือ Generation แบบสั้นๆให้เข้าใจง่ายๆกันครับโดยเรียงจากยุค 2G ถึง ยุค 5G

การเปลี่ยนแปลงของ 4G สู่ 5G  2

     1.ยุค 2G (ปี1991) ยุคนี้เราจะเห็นมือถือขาวดำ ที่รับส่ง sms ได้ นั่นแหละครับ ยุค 2G นั้นเราสามารถ

ส่งข้อความต่างผ่าน sms ได้นั่นเอง

     2. ยุค 3G (ปี1998) ยุคนี้นอกจาก เราจะส่งข้อความเหมือนยุค 2G ได้แล้ว ในยุค 3G นี้สิ่งที่เพิ่มเข้ามา

คือ Internet ( อินเตอร์เน็ต ) นั่นหมายถึงมือถือในยุค 3G นี้เราจะสามารถเล่น เน็ต ได้นั่นเอง

     3. ยุค 4G (ปี2008) คือยุคที่เรากำลังใช้อยู่ และก็กำลังจะก้าวข้าม ไปสู่ยุคอนาคตที่จะถึง (5G) โดยสิ่งที่

การเปลี่ยนแปลงของ 4G สู่ 5G 2

เปลี่ยนแปลงจากยุค 3G สู่ 4G นั่นคือ การสื่อสารแบบเห็นหน้ากันนั่นเอง เหมือน Facetime ที่เราใช้ๆกันอย่างทุกวันนี้นั่นเองเนื่องจากการส่งข้อมูลของอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีต่างๆที่รวดเร็วขึ้น จึงเกิดการสื่อสารแบบเห็นหน้าที่เราใช้กันอยู่อย่างทุกวันนี้

     4. ยุค 5G (2020) เมื่อการพัฒนาของ 5G ที่จะเข้ามาแทนที่ 4G สิ่งที่เพิ่มเข้ามาแทน 4G หลักๆเลยที่

การเปลี่ยนแปลงของ 4G สู่ 5G 3

เห็นได้ชัดนั้นแบ่งออกเป็นข้อย่อยๆได้ดังนี้

  • ความไวของการตอบสนองที่มากขึ้น โดยความไว ของ 4G นั้นสามารถควบคุมวิ่งต่างๆผ่าน อินเตอร์เน็ตได้สูงสุดที่ความไว 20-30 ms ซึ่ง 5G นั้นสามารถทำได้เร็วกว่าถึง 10 เท่าเลยทีเดียว
  • การรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น หาก 4G มีการรับส่งข้อมูลที่ไวมากแค่ไหน 5G นั้นจะสามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นถึง 7 เท่า
  • ความถี่ที่มากกว่า หาก 4G มีความถี่อยู่ที่ 3GHz.  5G นั้นจะสามรถใช้ความถี่ได้ถึง 30GHz
  •  ครอบคลุมการใช้งานแต่ละพื้นที่ได้มากกว่า หาก 4G สามารถรับคนใช้งาน ต่อหนึ่งพื้นที่ได้มากเท่าไหร่ 5G นั้นสามารถรองรับคนการใช้งานได้มากขึ้นถึง 10 เท่า
  •  ถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วกว่า หาก 4G ถ่ายโอนข้อมูลต่อ 1 วินาทีได้ 1 GB เมื่อเปลี่ยนเป็น 5G จะสามารถถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วขึ้นถึง 20 เท่าของ 4G หรือจาก 1GB ก็จะเป็น 20GB เลยทีเดียว

      เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า การเปลี่ยนแปลงของ 4G สู่ 5G เพื่อชีวิตรวดเร็วกว่า  นั้น ทำให้ชีวิตของมนุษย์เรานั้นจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมากเลยทีเดียว ทั้งการรับ ส่งข้อมูลที่เร็วขึ้น และการครอบคลุมของพื้นที่ ที่กว้างขึ้น ทำให้ทุกอย่างสะดวกและรวดเร็วไปหมด และสิ่งที่5G จะเข้ามามีบทบาทอีกอย่างหนึ่งเลย คือ Smart Home นั่นคือการควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้า ทุกอย่างภายในบ้าน นี่ถือเป็นสิ่งที่ผู้พัฒนา 5G ตั้งใจนำเสนอเป็นอย่างมาก หากเราสังเกตดีๆ สิ่งต่างๆรอบๆตัวเรานั้นกำลังปรับเปลี่ยน เพื่อรองรับระบบ 5G กันมากมายเลยทีเดียว เช่นมือถือ 5G ที่เริ่มออกวางขาย ในปีนี้แล้ว และยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆอีกมากมาย ที่รองรับระบบปฏิบัติการ 5G ที่กำลังจะถึงในเร็วๆนี้

ฝากกดติดตามเว็บไซต์ของเราด้วยนะครับ อัฟคอนเทนต์ใหม่ๆทุกวัน เกี่ยวกับ เทคนิค Javascript , WordPress ,SEO , Programming

Post Author: Mint